สถานการณ์แม่น้ำโขงที่จังหวัดนครพนมยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ล่าสุดช่วงเช้าวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ระดับน้ำโขงวัดได้ **11.49 เมตร เพิ่มขึ้นจากวันก่อนถึง 72 เซนติเมตร** และเหลืออีกเพียง **51 เซนติเมตร** จะถึงระดับวิกฤตที่ 12 เมตร ขณะที่ระดับตลิ่งอยู่ที่ประมาณ 13 เมตร

ที่น่าจับตาคือ เพียงวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ระดับน้ำโขงนครพนมยังอยู่ที่ **8.54 เมตร** เท่ากับภายในเวลาเพียง 5 วัน ระดับน้ำเพิ่มขึ้นมาแล้วเกือบ **3 เมตร** สะท้อนการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของมวลน้ำในช่วงนี้

ขณะเดียวกัน พื้นที่ต่ำริมแม่น้ำโขงเริ่มได้รับผลกระทบ โดยบริเวณใต้ลาน **พญาศรีสัตตนาคราช** น้ำเริ่มเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ร้านค้า ผู้ประกอบการต้องเร่งเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง ขณะที่เจ้าหน้าที่และเทศบาลติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

แม้สถานการณ์น้ำท่วมในเขตตัวเมืองจากฝนตกหนักก่อนหน้านี้จะเริ่มคลี่คลาย และทางจังหวัดยืนยันว่าระดับน้ำโขงปัจจุบันยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่โดยรวม แต่ความกังวลขณะนี้ย้ายมาอยู่ที่ **ระดับแม่น้ำโขงซึ่งยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง**

จังหวัดนครพนมจึงสั่งการให้พื้นที่ริมแม่น้ำโขง โดยเฉพาะ **5 อำเภอริมโขง** เพิ่มการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ ยานพาหนะ และอุปกรณ์สำหรับเข้าช่วยเหลือประชาชน หากระดับน้ำเพิ่มขึ้นจนกระทบพื้นที่ชุมชน

สถานการณ์ยิ่งต้องจับตา เพราะ **สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช.** มีการเตือนพื้นที่ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขงให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก ขณะที่จังหวัดนครพนมยังต้องติดตามทั้งปริมาณฝนและมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม คำว่า **“หากเพิ่มอีกครึ่งเมตร นครพนมระส่ำแน่”** ในพาดหัว หมายถึงการเข้าสู่ระดับวิกฤต 12 เมตร ไม่ได้หมายความว่าหากแตะ 12 เมตรแล้วทั้งจังหวัดจะถูกน้ำท่วมทันที เพราะผลกระทบจะแตกต่างกันตามระดับพื้นที่ แนวป้องกันน้ำ และระบบระบายน้ำของแต่ละจุด

แต่ด้วยระดับล่าสุดที่ **11.49 เมตร และเพิ่มขึ้นถึง 72 เซนติเมตรภายในวันเดียว** จึงเหลือระยะห่างจากจุดวิกฤตเพียง 51 เซนติเมตรเท่านั้น ทำให้สถานการณ์น้ำโขงนครพนมในช่วงต่อจากนี้ต้องติดตามแบบวันต่อวัน โดยเฉพาะประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขง

#NEWS1 รายงาน