ช่างเอก รวมศิลป์ โพสต์เล่าประสบการณ์ที่เจ้าตัวระบุว่าเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ซึ่งเข้ามาใช้บริการร้านสักในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน โดยต้องการสักลายขนาดเล็กบริเวณข้างแก้ม ใบหู และภายในหู

ช่างเอกระบุว่า ตอนแรกประเมินค่าบริการไว้ 4,000 บาท ก่อนมีการต่อรองจนตกลงกันที่ 3,000 บาท จากนั้นจึงลงมือสักตามที่ลูกค้าต้องการจนเสร็จ และให้ลูกค้าตรวจดูผลงานผ่านกระจก ซึ่งช่วงแรกเจ้าตัวระบุว่าลูกค้าบอกว่าโอเคกับผลงาน

แต่เรื่องกลับไม่จบ เมื่อลูกค้าขอให้เพิ่มเติมบริเวณขอบหูอีกเล็กน้อย ช่างจึงทำให้โดยไม่ได้คิดค่าบริการเพิ่ม ก่อนที่หลังจากนั้นลูกค้าจะกลับมาแสดงความไม่พอใจ บอกว่ารอยสักไม่สวย และต้องการให้ถมสีดำบริเวณหูเพิ่มเติม

ช่างเอกเห็นว่าความต้องการดังกล่าวเกินกว่างานที่ตกลงกันไว้ จึงแจ้งว่า งานเดิมต้องชำระตามราคาที่ตกลงกันก่อน ส่วนการถมดำทั้งหูจะต้องประเมินราคาใหม่ แต่เจ้าตัวอ้างว่าลูกค้าไม่ยอมชำระเงินตามข้อตกลง

สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้น เมื่อช่างระบุว่าลูกค้าพูดว่าจะไปเรียกเพื่อนมาเคลียร์ และพยายามเรียกให้ออกไปพูดคุยนอกร้าน แต่ช่างปฏิเสธ พร้อมยืนยันให้ชำระค่าบริการตามที่ตกลงกันไว้

ท้ายที่สุด จากราคาที่ตกลงกัน 3,000 บาท ช่างเอกอ้างว่าลูกค้าหยิบเงินให้เพียง 500 บาท สร้างความไม่พอใจอย่างมาก จนนำเรื่องราวมาโพสต์เล่าผ่านโซเชียลมีเดีย

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวเป็น คำบอกเล่าจากช่างสักฝ่ายเดียว ตามโพสต์ที่เผยแพร่ ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลคำชี้แจงจากนักท่องเที่ยวคู่กรณี จึงยังไม่สามารถยืนยันรายละเอียดทั้งหมดของเหตุการณ์ได้

ส่วนถ้อยคำในโพสต์ที่แสดงความไม่พอใจต่อคนอิสราเอลในภาพรวม ควรแยกออกจากข้อพิพาทครั้งนี้ เนื่องจากพฤติกรรมของบุคคลหนึ่งไม่สามารถใช้สรุปพฤติกรรมของคนทั้งสัญชาติได้

#NEWS1 รายงาน