เพจ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” เปิดที่มาความสัมพันธ์ระหว่าง **“เจ๊ปอง” อัญชะลี ไพรีรัก ผู้สื่อข่าวอาวุโส กับ “ฉลอง เรี่ยวแรง”** อดีต สส.นนทบุรี หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญที่สำนักงาน อบจ.นนทบุรี ซึ่ง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ถูกยิงเสียชีวิต

ประเด็นที่ทำให้หลายคนสงสัยคือ เหตุใดหลังเกิดเหตุ บุคคลแรกๆ ที่ฉลองเลือกโทรศัพท์ไปหา จึงเป็น “เจ๊ปอง” อัญชะลี

ตามข้อมูลที่เพจคุยทุกเรื่องกับสนธินำมาเปิดเผย ขณะเกิดเหตุเจ๊ปองกำลังไลฟ์รายการข่าวของตัวเองตามปกติ และมีผู้ชมโทรศัพท์เข้ามาพูดคุยในรายการอยู่แล้ว

เมื่อทราบว่าฉลองโทรเข้ามา ในตอนแรกเจ๊ปองจึงบอกให้โทรกลับมาใหม่ เนื่องจากกำลังจัดรายการ แต่ฉลองกลับยืนยันว่า **“ไม่ได้ ต้องคุยเดี๋ยวนี้”** พร้อมแจ้งว่าเพิ่งไปยิง พ.ต.อ.ธงชัยมา

เมื่อทราบว่าเกิดเหตุร้ายขึ้น เจ๊ปองจึงสอบถามรายละเอียด พร้อมพยายามเกลี้ยกล่อมให้ฉลองตั้งสติ วางอาวุธ สงบสติอารมณ์ และนั่งรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะเดียวกันก็ให้ทีมงานรีบประสานตำรวจให้เข้าไปควบคุมสถานการณ์

ฉลองไม่ได้หลบหนี และภายหลังถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ก่อนที่เจ๊ปองจะเดินทางตามไปยังสถานีตำรวจทันที

ต่อมาเจ๊ปองเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงข้อมูลที่ได้รับจากฉลอง โดยระบุว่า **ชนวนเหตุที่ฉลองกล่าวอ้างเกี่ยวข้องกับปัญหาเรื่องเงิน**

ช่วงแรกมีการพูดถึงยอดเงินประมาณ 11 ล้านบาท แต่ภายหลังจากการพูดคุยเพิ่มเติม เจ๊ปองระบุว่า ฉลองกล่าวถึงยอดหนี้ที่อ้างว่ามีจำนวนสูงถึง **50–60 ล้านบาท** และอ้างว่าเป็นหนี้สะสมที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่นตั้งแต่ปี 2551

ฉลองยังกล่าวอ้างด้วยว่า เหตุที่ต้องการติดตามเงินในช่วงนี้ เนื่องจากต้องการนำไปใช้รักษาอาการป่วยเกี่ยวกับเลือด และเมื่อพยายามเข้าพูดคุยกับ พ.ต.อ.ธงชัย แต่ไม่ได้รับการตอบสนองตามที่ต้องการ จึงนำไปสู่เหตุสลด

อย่างไรก็ตาม **ข้อกล่าวอ้างเรื่องหนี้ 50–60 ล้านบาท รวมถึงที่มาของเงินดังกล่าว ยังเป็นข้อมูลจากฝ่ายฉลองและอยู่ในกระบวนการสอบสวน** จึงยังไม่ควรถือเป็นข้อยุติว่า พ.ต.อ.ธงชัยมีหนี้จำนวนดังกล่าวจริง หรือเงินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งตามที่ถูกกล่าวอ้าง

แต่สิ่งที่ทำให้เกิดคำถามตามมาคือ **ทำไมหลังเกิดเหตุ ฉลองจึงเลือกโทรศัพท์หาเจ๊ปอง**

เพจคุยทุกเรื่องกับสนธิจึงย้อนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ และพบว่าไม่ได้เพิ่งรู้จักกัน แต่เจ๊ปองระบุว่ารู้จักฉลองมานานกว่า **20 ปี** ในฐานะ “นักข่าวกับแหล่งข่าว” และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันมาอย่างต่อเนื่อง

หากย้อนกลับไปบนเส้นทางการเมืองของฉลอง เมื่อปี 2540 ฉลองได้รับเลือกเป็น สส.นนทบุรี สมัยแรก สังกัดพรรคประชากรไทยของ **สมัคร สุนทรเวช**

ต่อมาฉลองเป็นหนึ่งในกลุ่ม สส.ที่มีความใกล้ชิดกับ **วัฒนา อัศวเหม** นักการเมืองคนสำคัญแห่งสมุทรปราการ และเป็นหนึ่งใน สส.ที่เปลี่ยนขั้วไปสนับสนุน **ชวน หลีกภัย** ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 จนนำไปสู่ที่มาของคำเรียกทางการเมืองว่า “งูเห่า”

ขณะที่เจ๊ปองเองก็มีความผูกพันกับครอบครัวอัศวเหมมาแต่เดิม โดยเป็นคนสมุทรปราการ และเคยเปิดเผยว่าบ้านอยู่ใกล้กับบ้านของวัฒนา อัศวเหม ขณะที่บิดาของเจ๊ปองกับวัฒนาเป็นเพื่อนนักเรียนรุ่นเดียวกัน ทำให้ทั้งสองครอบครัวมีความสนิทสนมกัน

เจ๊ปองเรียกวัฒนา อัศวเหมว่า **“คุณอา”** และเคยกล่าวถึงวัฒนาในฐานะบุคคลที่มีอิทธิพลต่อแนวความคิดและเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของตน

จุดเชื่อมโยงนี้จึงทำให้เจ๊ปองและฉลองรู้จักกันมาตั้งแต่ช่วงที่ฉลองอยู่บนเส้นทางการเมือง และเมื่อเจ๊ปองเปลี่ยนจากผู้ประกาศข่าวหุ้นเข้าสู่งานข่าวภาคสนาม ความสัมพันธ์ในฐานะ **ผู้สื่อข่าวกับแหล่งข่าว** ก็ยังดำเนินต่อเนื่องมานานกว่า 20 ปี

จึงอาจเป็นคำอธิบายว่า เหตุใดในช่วงเวลาหลังเกิดเหตุ ซึ่งฉลองกำลังอยู่ในภาวะตึงเครียด บุคคลที่เขาเลือกโทรศัพท์ไปพูดคุยและแจ้งสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น จึงเป็น “เจ๊ปอง” อัญชะลี

และในอีกด้านหนึ่ง การที่เจ๊ปองพยายามเกลี้ยกล่อมให้ฉลอง **วางอาวุธ อยู่ในที่เกิดเหตุ และรอมอบตัวกับตำรวจ** ก่อนรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าควบคุมสถานการณ์ ก็สะท้อนบทบาทของผู้สื่อข่าวที่เมื่อได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเหตุร้ายที่เพิ่งเกิดขึ้น จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการยุติสถานการณ์ก่อนเป็นอันดับแรก

ส่วนมูลเหตุที่แท้จริงของคดี รวมถึงข้อกล่าวอ้างเรื่องหนี้ **50–60 ล้านบาท** มีอยู่จริงหรือไม่ เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อปี 2551 อย่างไร และมีหลักฐานทางการเงินรองรับหรือไม่ ยังเป็นประเด็นที่ตำรวจต้องสอบสวนและพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป

#NEWS1 รายงาน