
ผู้ประกอบการรีสอร์ทสาขาปาย ออกมาเปิดเผยประสบการณ์พร้อมเตือนผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยว โดยระบุว่า ปัจจุบันมีกลุ่มนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจเข้าซื้อกิจการโรงแรม รีสอร์ท และอพาร์ตเมนต์ในพื้นที่ภาคเหนือเป็นจำนวนมาก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ามีการใช้ นอมินี เข้ามาดำเนินการในบางกรณี จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างจริงจัง
ผู้โพสต์ให้เหตุผลว่า ประเทศไทยยังเป็นประเทศที่มีความมั่นคงเมื่อเทียบกับหลายพื้นที่ของโลก อีกทั้งยังมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ สามารถผลิตอาหารได้ตลอดทั้งปี จึงกลายเป็นจุดหมายที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาถือครองธุรกิจและทรัพย์สินในภาคการท่องเที่ยวมากขึ้น
ผู้ประกอบการรายดังกล่าวยังเล่าประสบการณ์ของตนเองว่า รีสอร์ทสาขาปายเคยได้รับการติดต่อผ่านบริษัทนายหน้าคนไทย เพื่อขอซื้อกิจการในราคา 35 ล้านบาท ก่อนจะเจรจาตกลงกันที่ 33 ล้านบาท และมีการวางเงินมัดจำจำนวน 1.5 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หลังจากทำข้อตกลงแล้ว นายหน้ากลับขาดการติดต่อ ส่งผลให้เกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับเงินมัดจำระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ขณะที่ยอดเงินส่วนที่เหลืออีก 31.5 ล้านบาท ยังไม่มีการชำระตามเงื่อนไข ทำให้การซื้อขายไม่สามารถดำเนินการต่อได้
ผู้โพสต์จึงฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ท และที่พักในพื้นที่ภาคเหนือ ให้เพิ่มความรอบคอบในการทำธุรกรรมซื้อขายกิจการ โดยเฉพาะกรณีที่มีการติดต่อผ่านบริษัทนายหน้าหรือบุคคลกลาง ควรตรวจสอบตัวตนของผู้ซื้อ แหล่งที่มาของเงินทุน รวมถึงเงื่อนไขในสัญญาอย่างละเอียด เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง
ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องการใช้ นอมินี เป็นข้อสังเกตและข้อมูลที่ผู้โพสต์นำเสนอ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐเข้าไปตรวจสอบ หากพบการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายให้ดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทยและสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ
#News1 รายงาน




