
กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงต่อเนื่อง หลังกรณี **หญิงชาวลาวร้องเรียนถูกเรียกค่าโดยสารจากสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดอุบลราชธานีไปยังด่านช่องเม็ก ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร ในราคา 4,500 บาท** ก่อนมีการต่อรองราคาลงมา ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเอาเปรียบผู้โดยสาร โดยเฉพาะคนต่างถิ่นที่ไม่รู้เส้นทางและอัตราค่าโดยสาร
ล่าสุด **รุ่งโรจน์ ปัสสาสัย** ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ออกมาเล่าประสบการณ์ของตัวเอง พร้อมยืนยันว่า ปัญหาในลักษณะนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น และไม่ได้มีเพียงหญิงชาวลาวรายนี้เท่านั้น โดยระบุว่า ทั้ง **ชาวลาวและคนจากภาคอีสาน** เคยประสบเหตุถูกเรียกค่าโดยสารในราคาสูงมาแล้วจำนวนไม่น้อย
รุ่งโรจน์เล่าย้อนว่า เมื่อประมาณ 10–20 ปีก่อน บริเวณสถานีขนส่งหมอชิตเคยมีกลุ่มคนขับรถเข้ามาดักถามผู้โดยสารที่เพิ่งลงจากรถทัวร์ว่า จะเดินทางไปที่ไหน และเสนอรับไปส่ง โดยเฉพาะผู้โดยสารต่างจังหวัดที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ และยังไม่รู้ว่าควรไปขึ้นรถตรงไหน
เจ้าตัวยืนยันว่า **เคยเจอกับตัวเองถึง 2 ครั้ง** ในช่วงที่เพิ่งเดินทางจากต่างจังหวัดเข้ามากรุงเทพฯ ใหม่ๆ และยังไม่รู้ระบบการเดินทาง
ครั้งแรก เขาระบุว่าเดินทางจาก **หมอชิตไปย่านจรัญสนิทวงศ์ ถูกเรียกค่าโดยสารประมาณ 1,200 บาท** ทั้งที่ภายในสถานีมีคิวแท็กซี่ที่ให้บริการตามกฎและคิดค่าโดยสารตามมิเตอร์อยู่แล้ว แต่ขณะนั้นตนไม่ทราบ
ส่วนครั้งที่สอง เจ้าตัวระบุว่าถูกเรียกค่าโดยสาร **800 บาท** จากผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ไม่ได้สวมเสื้อวิน ซึ่งเข้ามาสอบถามและเสนอให้บริการในลักษณะเดียวกัน
รุ่งโรจน์จึงมองว่า กรณีหญิงชาวลาวถูกเรียกค่าโดยสาร 4,500 บาท ไม่ใช่ปรากฏการณ์ใหม่ พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมามีทั้ง **คนลาวและคนอีสาน** ที่เคยเผชิญปัญหาในลักษณะคล้ายกันตามสถานีขนส่ง
อย่างไรก็ตาม เขายอมรับด้วยว่า ปัจจุบันสถานการณ์ที่หมอชิต **ดีขึ้นกว่าในอดีตมาก** หลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและจัดระเบียบพื้นที่ พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาแก้ไขปัญหา
ขณะที่กรณีล่าสุดที่อุบลราชธานี เจ้าตัวยังกล่าวถึงข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบพื้นที่สถานีขนส่งแล้วเช่นกัน พร้อมหวังว่าจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำกับผู้โดยสารรายอื่น
เรื่องนี้จึงสะท้อนอีกด้านของปัญหาการเดินทางที่เกิดขึ้นมานาน คือ **ผู้โดยสารต่างถิ่นซึ่งไม่รู้เส้นทาง ไม่รู้จุดขึ้นรถ และไม่ทราบราคาที่ควรจ่าย อาจตกเป็นเป้าของผู้ให้บริการนอกระบบบางรายได้ง่าย**
แต่ต้องแยกให้ชัดว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องของ **ผู้ให้บริการบางราย** ไม่ควรเหมารวมไปถึงคนขับแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือผู้ประกอบอาชีพขนส่งสาธารณะที่ปฏิบัติตามกฎหมาย
จากหญิงชาวลาวที่ถูกเรียก 4,500 บาท มาถึงประสบการณ์ของรุ่งโรจน์ที่บอกว่า ตัวเองก็เคยเจอมากับตัว เรื่องนี้จึงมีคำถามตามมาว่า **ปัญหาการดักรับผู้โดยสารและเรียกค่าโดยสารเกินจริงตามสถานีขนส่ง ยังหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ใดอีกบ้าง และจะทำอย่างไรไม่ให้คนต่างถิ่นต้องตกเป็นเหยื่อซ้ำอีก**
**ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก รุ่งโรจน์ ปัสสาสัย**
#NEWS1 รายงาน




