'ราชทัณฑ์' ยืนยันทำถูกต้อง
ปล่อยตัว ไอ้ป๋อง ฆาตกรโหด
หลังคุก 7 ปี 7 เดือน 25 วัน


เหตุสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในจังหวัดชลบุรี ซึ่งมีผู้ก่อเหตุเป็นอดีตผู้ต้องขัง ได้จุดกระแสตั้งคำถามต่อระบบราชทัณฑ์และมาตรการติดตามผู้พ้นโทษว่าเพียงพอต่อการป้องกันการกระทำผิดซ้ำหรือไม่ ท่ามกลางความกังวลของประชาชนต่อความปลอดภัย และผลกระทบต่อภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว ทำให้กรมราชทัณฑ์ออกเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านระบบไลน์ ยืนยันว่าการปล่อยตัวผู้ต้องขังทั้ง 2 รายเป็นไปตามคำพิพากษาของศาลและกระบวนการที่กฎหมายกำหนดทุกขั้นตอน

ในประเด็นเหล่านี้ กรมราชทัณฑ์ได้ออกเอกสารชี้แจงอย่างเป็นทางการโดยระบุว่า อดีตผู้ต้องขังทั้ง 2 รายได้รับการควบคุมตัวตามคำพิพากษาของศาลอย่างเคร่งครัด และพ้นโทษตามกำหนดหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว โดยนายฑณา หรือป๋อง เกิดทอง ได้รับการย้ายตัวจากเรือนจำพิเศษพัทยามายังเรือนจำกลางระยอง เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 ในคดีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน และความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด กำหนดโทษจำคุก 7 ปี 7 เดือน 25 วัน และพ้นโทษเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569

ตลอดระยะเวลาการรับโทษ ผู้ต้องขังรายดังกล่าวไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ใดเป็นกรณีพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการพระราชทานอภัยโทษ การพักการลงโทษ หรือการลดวันต้องโทษแต่อย่างใด โดยเป็นการพ้นโทษเมื่อครบกำหนดตามคำพิพากษาของศาล

ก่อนครบกำหนดโทษ กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงของผู้ต้องขังตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด โดยคณะกรรมการชั้นเรือนจำ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากหลายหน่วยงาน มีมติเสนอใช้มาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษ (JSOC) ตามพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565

ต่อมาศาลจังหวัดระยองมีคำสั่งเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 กำหนดมาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษเป็นเวลา 2 ปี ได้แก่ ห้ามทำกิจกรรมเสี่ยง รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน และเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูตามที่กำหนด ก่อนผู้พ้นโทษจะโอนย้ายไปรายงานตัวที่สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดชลบุรี

ส่วนนายธงชัย ศรีนิล เป็นนักโทษเด็ดขาดในคดีเสพเมทแอมเฟตามีน ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษพัทยาเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 และไม่เข้าหลักเกณฑ์การใช้มาตรการ JSOC

กรมราชทัณฑ์ยืนยันว่า ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ครบทุกขั้นตอน ทั้งการจำแนกผู้ต้องขัง ประเมินความเสี่ยง เสนอใช้มาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษ และส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำว่าจะประสานข้อมูลเชิงลึกร่วมกับทุกหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนการดำเนินคดีและป้องกันการกระทำผิดซ้ำอย่างเต็มที่