ภายหลังเหตุสะเทือนขวัญที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ยังคงมีการถกเถียงอย่างกว้างขวางถึงสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ล่าสุดเพจ "วากับทิต V2" ได้เผยแพร่คลิปแสดงความคิดเห็น พร้อมแคปชัน "หัดโทษตัวเองบ้าง ไม่ใช่โทษแต่เด็ก" โดยตั้งคำถามไปยังครู ผู้ปกครอง และสังคมว่า ถึงเวลาหรือยังที่จะย้อนมองบทบาทของผู้ใหญ่ แทนการโยนความผิดให้เด็กเพียงฝ่ายเดียว

ภายในคลิป พี่ทิตเล่าประสบการณ์ของตนเองในวัยเรียนว่า เคยเป็นเด็กที่ถูกกลั่นแกล้งและเผชิญแรงกดดันในห้องเรียน จนเกิดความโกรธและความอัดอั้นอย่างรุนแรง พร้อมชี้ว่า เด็กที่ยังไม่มีวุฒิภาวะ ย่อมควบคุมอารมณ์ได้ไม่เท่าผู้ใหญ่ ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุรุนแรงขึ้น สังคมจึงไม่ควรมองเฉพาะปลายเหตุ แต่ควรย้อนกลับไปพิจารณาต้นเหตุที่เด็กต้องแบกรับมาตลอด

พี่ทิตมองว่า ในห้องเรียนหลายแห่งมักมีเด็กเพียงไม่กี่คนที่เป็นหัวโจกคอยกลั่นแกล้งผู้อื่น ขณะที่เพื่อนส่วนใหญ่เลือกอยู่ฝั่งเดียวกับกลุ่มดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเป้าหมายเสียเอง ส่งผลให้เด็กที่ไม่ยอมเข้าร่วมพฤติกรรมเหล่านี้กลับถูกโดดเดี่ยว และเมื่อร้องเรียนต่อครู หลายครั้งก็ไม่สามารถหาพยานมายืนยันได้ เพราะเพื่อนในกลุ่มเดียวกันมักให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน

เจ้าตัวยังตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อครูมองว่าเป็นเพียงเรื่องเด็กทะเลาะกัน หรือแนะนำให้ผู้ถูกกลั่นแกล้งหลีกเลี่ยงปัญหา โดยไม่ได้แยกแยะผู้กระทำกับผู้ถูกกระทำอย่างชัดเจน อาจยิ่งทำให้เด็กที่ตกเป็นเหยื่อรู้สึกหมดที่พึ่ง และต้องแบกรับแรงกดดันสะสมเพียงลำพัง

นอกจากนี้ พี่ทิตยังวิพากษ์การที่สังคมมักรีบสรุปว่าเกมหรือสื่อที่เด็กรับชมคือสาเหตุของความรุนแรง โดยมองว่าหากไม่ย้อนกลับไปดูสภาพแวดล้อม การถูกบูลลี่ การถูกละเลย หรือการขาดผู้รับฟัง ก็อาจเป็นการมองข้ามรากของปัญหาที่แท้จริง

ช่วงท้ายของคลิป พี่ทิตฝากข้อคิดว่า ก่อนจะรีบกล่าวโทษเด็กเพียงฝ่ายเดียว ครู ผู้ปกครอง และผู้ใหญ่ในสังคมควรกล้าตั้งคำถามกับตัวเองว่า ได้ดูแล รับฟัง และใส่ใจปัญหาของเด็กมากเพียงพอแล้วหรือไม่ เพราะบางครั้งโศกนาฏกรรมอาจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะการตัดสินใจของเด็กคนหนึ่ง แต่เกิดจากแรงกดดันและปัญหาที่ถูกสะสมมาเป็นเวลานานโดยไม่มีใครรับรู้หรือแก้ไข

#News1 รายงาน