
**พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ** พร้อมด้วย **พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ** และคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมกำลังพลกองทัพอากาศไทยที่เข้าร่วมการฝึก **PITCH BLACK 2026** ณ ฐานทัพอากาศดาร์วิน ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการฝึกทางอากาศขนาดใหญ่ที่จัดขึ้นทุก 2 ปี
การฝึกครั้งนี้มีชาติที่เข้าร่วมประมาณ **20 ประเทศ** และมีอากาศยานเข้าร่วมกว่า **112 เครื่อง** โดยไทยเป็นหนึ่งใน 13 ประเทศที่ส่งเครื่องบินรบเข้าร่วมฝึก ร่วมกับชาติสำคัญ อาทิ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส อินโดนีเซีย อินเดีย ญี่ปุ่น เยอรมนี เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ สเปน และสหรัฐอเมริกา
สำหรับกองทัพอากาศไทย ส่งเครื่องบินขับไล่ **F-16 จากกองบิน 4 ตาคลี จ.นครสวรรค์** เข้าร่วม โดยเป็นเครื่องบินจากหน่วยที่เคยร่วมปฏิบัติภารกิจรักษาอธิปไตยบริเวณชายแดนมาแล้ว พร้อมกำลังพลรวม **95 นาย** ทั้งนักบินรบ นักบินสังเกตการณ์ เจ้าหน้าที่ช่าง สื่อสาร และส่งกำลังบำรุง
อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการฝึก **เติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ** ซึ่งกองทัพอากาศไทยได้ปฏิบัติระหว่างการเดินทางจากสิงคโปร์ไปยังฐานทัพอากาศดาร์วิน โดยการฝึก PITCH BLACK ยังครอบคลุมตั้งแต่การเคลื่อนย้ายและวางกำลัง ไปจนถึงการปฏิบัติการทางอากาศที่มีความซับซ้อนร่วมกับกองทัพอากาศนานาชาติ
ผบ.ทอ.ระบุว่า การฝึกครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการฝึกร่วมกับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของกองทัพอากาศไทย และมีคุณค่าอย่างมาก เพราะทำให้กำลังพลได้รับประสบการณ์ปฏิบัติการนอกประเทศ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีเทคโนโลยีและรูปแบบการรบที่ซับซ้อน
พร้อมย้ำว่า แม้เทคโนโลยีจะมีความสำคัญ แต่ **“คน” ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่สุด** เพราะเทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนมโนธรรม ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และคุณสมบัติของทหารที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องประเทศได้
ที่สำคัญ ผบ.ทอ.ยังกล่าวถึงบทเรียนจากความขัดแย้งกับกัมพูชา โดยระบุว่า นี่ถือเป็นการฝึกนอกประเทศครั้งแรกหลังเกิดความขัดแย้งดังกล่าว กองทัพอากาศมีบทเรียนจากการปฏิบัติภารกิจจริง และได้นำประสบการณ์เหล่านั้นกลับมาปรับปรุง เพิ่มเติม และพัฒนาสิ่งที่จำเป็นต่อการปฏิบัติภารกิจในอนาคต
**“หากมีปัญหาขึ้นมาอีก หากมีความขัดแย้งขึ้นมาอีก เราจะต้องปฏิบัติให้ได้อย่างสุดความสามารถ”** ผบ.ทอ.กล่าว พร้อมยืนยันว่า **กองทัพอากาศไทยมีความเข้มแข็งและมีความพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจ หากมีความจำเป็นต้องปฏิบัติภารกิจอีกครั้ง**
ผบ.ทอ.ย้ำด้วยว่า กองทัพไม่สามารถปล่อยให้ตัวเอง “ไม่พร้อม” ได้ เพราะการสร้างความพร้อมต้องใช้เวลาและการสั่งสมประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง แม้กำลังพลบางรุ่นอาจไม่มีโอกาสเข้าสู่การปฏิบัติภารกิจจริง แต่ความรู้และประสบการณ์ทั้งหมดจะต้องถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
โดยทิ้งท้ายว่า **ความพร้อมของกองทัพคือหลักประกันของสันติภาพ อธิปไตย และชีวิตของประชาชน** การฝึกกับกองทัพอากาศนานาชาติครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแสดงศักยภาพ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมกำลังให้พร้อมรับสถานการณ์จริง หากประเทศไทยจำเป็นต้องปกป้องอธิปไตยอีกครั้ง
#NEWS1 รายงาน




