เหตุสะเทือนใจจากความรุนแรงในโรงเรียนที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้สังคมหันกลับมาตั้งคำถามถึง ปัญหาการกลั่นแกล้งในสถานศึกษา อีกครั้ง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตและการศึกษา รวมถึงงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ชี้ตรงกันว่า การกลั่นแกล้งในยุคปัจจุบันมีความซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อเด็กมากกว่าที่หลายคนเข้าใจ

หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงคือ ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยซึ่งเติบโตมาในยุค Gen X และ Gen Y มักใช้ประสบการณ์ของตนเองเป็นเกณฑ์ในการประเมินปัญหาของลูก โดยมองว่า "สมัยก่อนก็เคยโดนแกล้ง แต่ก็อดทนผ่านมาได้" จึงแนะนำให้ลูกอดทนหรือปล่อยผ่าน ทั้งที่บริบทของสังคมโรงเรียนในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

ปัจจุบัน การกลั่นแกล้งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการล้อเลียนหรือการใช้กำลัง แต่ยังรวมถึงการกีดกันออกจากกลุ่ม การปล่อยข่าวลือ การประจานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ การถ่ายคลิปเผยแพร่ และการคุกคามในโลกออนไลน์ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เด็กไม่สามารถหลุดพ้นจากแรงกดดันได้ แม้จะกลับถึงบ้านแล้วก็ตาม

นอกจากนี้ เด็กที่ตกเป็นเป้าของการกลั่นแกล้ง ไม่ได้มีเพียงเด็กที่มีฐานะยากจน หรือมีความแตกต่างด้านรูปร่างหน้าตาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเด็กที่เรียนดี มีความรับผิดชอบ ได้รับคำชมจากครู หรือมีผลการเรียนโดดเด่น ซึ่งกลับกลายเป็นเป้าหมายของการอิจฉาและการกลั่นแกล้งจากเพื่อนบางกลุ่ม

อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ บทบาทของครูในโรงเรียน โดยมีเสียงสะท้อนว่าครูบางส่วนอาจใช้ความรู้สึกส่วนตัวในการตัดสินปัญหา มีความลำเอียง ให้ความสำคัญกับนักเรียนบางกลุ่มมากเป็นพิเศษ แต่ละเลยนักเรียนอีกบางกลุ่ม หรือมองเหตุการณ์ว่าเป็นเพียง "เด็กเล่นกัน" จนไม่ได้เข้าไปแก้ไขอย่างจริงจัง ส่งผลให้เด็กที่ตกเป็นผู้ถูกกระทำรู้สึกว่าไม่มีที่พึ่ง ไม่ได้รับความเป็นธรรม และเกิดความกดดันสะสม

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า ปัญหาการกลั่นแกล้งไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ควรปล่อยให้เป็นเพียงปัญหาภายในโรงเรียนแต่ละแห่ง เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพจิต ผลการเรียน ความมั่นใจในตนเอง การเข้าสังคม และในบางกรณีอาจนำไปสู่พฤติกรรมรุนแรงหรือการตัดสินใจที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเด็ก

หลายฝ่ายจึงเสนอว่า ถึงเวลาแล้วที่ กระทรวงศึกษาธิการและรัฐบาล จะต้องยกระดับการแก้ไข ปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียน ให้เป็น วาระระดับชาติ ทั้งการกำหนดมาตรการป้องกันที่ชัดเจน พัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียนที่เด็กไว้วางใจ อบรมครูและบุคลากรให้สามารถรับมือกับปัญหาได้อย่างเหมาะสม และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเรียนรู้ได้โดยไม่ต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัว

#News1 รายงาน