
รัฐมนตรีช่วยคมนาคม ชี้ ครม.สัญจรสงขลา ต้องได้มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า! เปิดโต๊ะรัฐบาลสร้างโอกาสใหม่ หาดใหญ่-ชายแดนใต้ ย้ำ งบฟื้นฟูน้ำท่วม 5 จังหวัด 843 ล้าน เดินหน้าแล้ว
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการเตรียมประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ หรือ ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2569 ที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569 ว่า เป็นโอกาสสำคัญที่รัฐบาลจะได้ลงมามองทั้ง “ปัญหาวันนี้” และ “อนาคตของพื้นที่” ไปพร้อมกัน โดยเฉพาะหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีทั้งปัญหาที่ต้องเร่งแก้และศักยภาพทางเศรษฐกิจอีกมากที่ต้องได้รับการผลักดัน
หากมองเฉพาะเรื่องการฟื้นฟูจากอุทกภัย รัฐบาลไม่ได้รอการประชุม ครม.สัญจรจึงค่อยดำเนินการ เพราะคณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติงบกลางวงเงินกว่า 843 ล้านบาท ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารและระบบชลประทานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย รวม 67 โครงการ ครอบคลุมจังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสแล้ว รวมถึงโครงการสำคัญในจังหวัดสงขลา เช่น การซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 โดยขณะนี้รัฐบาลได้อนุมัติงบกลางแล้ว เมื่อ 21 กรกฎาคม จากนั้นสำนักงบประมาณ อนุมัติเมื่อ 27 กรกฎาคม และได้โอนงบประมาณไปยังหน่วยรับงบประมาณ กรมชลประทาน เมื่อ 31 กรกฎาคม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละพื้นที่
“ เรื่องไหนเร่งด่วน รัฐบาลก็เดินหน้า ไม่ต้องรอ ครม.สัญจร แต่ประโยชน์ของ ครม.สัญจรมีมากกว่านั้น เพราะเมื่อคณะรัฐมนตรีทั้งคณะลงมาอยู่ในพื้นที่ เราสามารถยกปัญหาและโอกาสที่ต้องอาศัยการตัดสินใจจากหลายกระทรวงขึ้นมาพิจารณาพร้อมกันได้ จากเดิมที่แต่ละเรื่องอาจแยกกันอยู่คนละกระทรวง ก็สามารถมองเป็นภาพเดียวกันว่าพื้นที่นี้จะเดินไปข้างหน้าอย่างไร”
สำหรับหาดใหญ่ บทเรียนจากอุทกภัยต้องนำไปสู่การวางระบบที่ทำให้เมืองมีความพร้อมและแข็งแรงกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงซ่อมสิ่งที่เสียหายให้กลับมาเหมือนเดิม แต่ต้องมองต่อถึงระบบบริหารจัดการน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม การพัฒนาเมือง เศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว เพื่อให้หาดใหญ่ กลับมาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ที่มีความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต
“ถ้าถามว่าหาดใหญ่ต้องการอะไร ผมคิดว่าหาดใหญ่ต้องการทั้งการแก้ปัญหาที่ค้างอยู่ และต้องการโอกาสใหม่ไปพร้อมกัน งบฟื้นฟูที่จำเป็นต้องได้ก็ต้องได้ ระบบป้องกันน้ำท่วมที่ต้องทำก็ต้องเร่งทำ แต่ในเวลาเดียวกันเราต้องถามด้วยว่า อีก 5 ปี 10 ปี หาดใหญ่จะเป็นเมืองแบบไหน จะดึงนักลงทุนอย่างไร จะเชื่อมการเดินทางกับพื้นที่อื่นอย่างไร และจะสร้างรายได้ใหม่ให้ประชาชนอย่างไร ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่การประชุม ครม.สัญจรสามารถผลักดันได้”
นายสรรเพชญ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ ยังไม่ควรถูกจำกัดภาพอยู่เพียงหาดใหญ่หรือจังหวัดสงขลา เพราะรัฐบาลกำลังมองการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสในภาพรวม ซึ่งพื้นที่เหล่านี้มีความเชื่อมโยงกันทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว เกษตรกรรม การคมนาคม และการค้าชายแดน
การอนุมัติงบกลางกว่า 843 ล้านบาท จำนวน 67 โครงการใน 5 จังหวัด จึงสะท้อนให้เห็นอยู่แล้วว่า รัฐบาลไม่ได้มองปัญหาแบบแยกจังหวัด แต่กำลังแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ ขณะที่การประชุม ครม.สัญจรจะเป็นอีกขั้นหนึ่งในการนำโจทย์การพัฒนาระยะต่อไปขึ้นมาพิจารณา ตั้งแต่การลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน การเพิ่มรายได้ ไปจนถึงการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน

นายสรรเพชญ กล่าวด้วยว่า การแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของรัฐบาลถือเป็นเรื่องที่ดี แต่การที่ ครม จะมาพัฒนาพื้นที่ก็ควรถูกพิจารณาจากประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ มากกว่าการนำไปวิพากษ์วิจารณ์เป็นประเด็นทางการเมือง
“ถ้าการที่คณะรัฐมนตรีลงมาแล้วทำให้โครงการที่ติดอยู่เดินหน้าได้เร็วขึ้น ทำให้เรื่องที่ต้องประสานหลายกระทรวงสามารถตัดสินใจได้ในโต๊ะเดียว หรือทำให้เกิดการลงทุนและโอกาสใหม่ในพื้นที่ ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่ประชาชนควรได้รับ เราไม่ควรรีบลดคุณค่าของโอกาสเหล่านี้เพียงเพราะมองทุกเรื่องผ่านมิติทางการเมือง”
นายสรรเพชญ ย้ำว่า สิ่งที่ต้องทำจากนี้คือทำให้การประชุม ครม.สัญจรเกิดผลลัพธ์ที่ประชาชนจับต้องได้ โดยเรื่องเร่งด่วนที่ได้รับอนุมัติแล้วต้องเร่งดำเนินการให้เกิดขึ้นจริง ขณะที่ข้อเสนอใหม่ของจังหวัดและภาคเอกชนต้องถูกนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อให้การลงพื้นที่ของรัฐบาลครั้งนี้เป็นทั้งการแก้ปัญหาปัจจุบันและการวางรากฐานอนาคตของหาดใหญ่ สงขลา และ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปพร้อมกัน




