
เก้าอี้ **ประธาน กสทช.** เดินมาถึงอีกจุดสำคัญ หลัง **นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย** เปิดเผยวันนี้ 11 สิงหาคม 2569 ว่า ได้ลงนามนำความกราบบังคมทูล เพื่อขอให้มีพระบรมราชโองการให้ **ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์** พ้นจากตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการ กสทช.แล้ว
คำยืนยันจากนายกรัฐมนตรีครั้งนี้มีความสำคัญ เพราะหมายความว่า ในส่วนของขั้นตอนที่นายกรัฐมนตรีต้องดำเนินการนั้น **ได้มีการลงนามแล้ว** และจากนี้ต้องเป็นไปตามกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง
นายอนุทินยืนยันว่า การดำเนินการของตนเป็นไปตามข้อกำหนดและขั้นตอนทางกฎหมายทุกประการ โดยระบุว่าได้รับความเห็นจากฝ่ายกฎหมายประกอบการพิจารณาก่อนลงนาม และย้ำว่าไม่ได้ดำเนินการด้วยเจตนาที่ไม่ดี
ปมสถานะของ นพ.สรณ ยืดเยื้อมาจากข้อถกเถียงเรื่องคุณสมบัติ หลัง **คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช.** มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามจากสถานะการเป็นลูกจ้างของหน่วยงานรัฐ ซึ่งนำมาสู่กระบวนการเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญในเวลานี้คือ **ยังไม่ควรตีความว่าการที่นายกรัฐมนตรีลงนาม เท่ากับมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งแล้ว** เพราะเป็นคนละขั้นตอนกัน
นายกรัฐมนตรียังถูกถามถึงการเดินหน้าทำงานของ กสทช. หลังเกิดปัญหาดังกล่าว โดยนายอนุทินระบุว่า กสทช.ยังมีกรรมการคนอื่นปฏิบัติหน้าที่อยู่ และย้ำว่า **กสทช.เป็นองค์กรอิสระ** รัฐบาลไม่สามารถเข้าไปกำกับดูแลหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ได้
รัฐบาลทำได้เพียงให้ความร่วมมือ หากมีเรื่องใดที่ต้องประสานหรือมีปัญหาติดขัด ส่วนการดำเนินงานภายในและการใช้อำนาจของ กสทช. ต้องเป็นเรื่องขององค์กรตามกรอบกฎหมาย
ดังนั้น สถานการณ์ของเก้าอี้ประธาน กสทช.ในวันนี้จึงมีความชัดเจนขึ้นอีกขั้น
**นายกรัฐมนตรีลงนามนำความกราบบังคมทูลแล้ว** แต่กระบวนการยังต้องดำเนินต่อไป และต้องรอขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ จึงจะมีความชัดเจนในสถานะตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
จากมหากาพย์ข้อสงสัยเรื่องคุณสมบัติที่ยืดเยื้อมานาน วันนี้เรื่องเดินมาถึงขั้นที่นายกรัฐมนตรีประกาศด้วยตัวเองว่า **“ลงนามแล้วครับ”**
จากนี้จึงต้องจับตาขั้นตอนต่อไปว่า **บทสรุปของเก้าอี้ประธาน กสทช. จะออกมาอย่างไร**
#NEWS1 รายงาน




