"ภคมน" พรรคประชาชน ชวนจับตา นพ.สรณ อาจลงนามเห็นชอบประกาศผู้ชนะจัดซื้อจัดจ้างโครงการกองทุน USO มูลค่า 5,000 ล้านบาท แม้กรรมการสรรหามีมติขาดคุณสมบัติคณะกรรมการ กสทช.

จากกรณี ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ สืบเนื่องจากเมื่อเดือนกรกฎาคม คณะกรรมการสรรหาสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติเอกฉันท์ว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ตรวจรักษาและรับค่าตอบแทนรายชั่วโมงที่โรงพยาบาลรามาธิบดีในช่วงเข้าดำรงตำแหน่ง ซึ่งเข้าข่ายเป็นลูกจ้างของหน่วยงานรัฐ ส่งผลให้ถือเป็นการสละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. แต่ นพ.สรณ ปฏิเสธมติและไม่ลาออก โดยอ้างว่าปฏิบัติหน้าที่แพทย์ในฐานะจิตอาสา และยืนยันว่ากระบวนการพ้นตำแหน่งต้องรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เท่านั้น ทำให้การประชุมบอร์ด กสทช. ล่มอย่างต่อเนื่อง

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ชวนจับตาว่า ในวันนี้ 7 สิงหาคม 2569 นพ.สรณ อาจเข้าเป็นประธานในที่ประชุม กสทช. เพื่อลงนามเห็นชอบประกาศผู้ชนะจัดซื้อจัดจ้างโครงการกองทุน USO หรือการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม แม้กรรมการสรรหามีมติขาดคุณสมบัติคณะกรรมการ กสทช. แล้วก็ตาม น.ส.ภคมนให้เหตุผลไว้ดังนี้

ประเด็นที่ 1 ที่ต้องเข้าประชุมให้ได้ ไม่อย่างนั้น กสทช. ที่เหลืออยู่ 6 คน ต้องประชุมเลือกประธานใหม่ตามกฎหมาย

ประเด็นที่ 2 เมื่อตนเองพ้นตำแหน่งประธาน รักษาการเลขาธิการฯ ก็ต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย

ประเด็นที่ 3 เป็นเรื่องสำคัญที่สุด คือเพื่อยืนยันว่าตนเองมีคุณสมบัติในการเป็นประธาน กสทช. เพราะตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ หากยอมจำนน จะเท่ากับว่า นพ.สรณ ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อให้ได้รับการโปรดเกล้าฯ
.“ลองคิดตามว่า หากหลุดจากตำแหน่ง ต้องชดใช้ทั้งค่าเดินทาง เงินเดือน สวัสดิการต่างๆ แล้วยังรวมถึงที่ปรึกษาหน้าห้อง คงหลายร้อยล้าน” ภคมนกล่าว

ประเด็นที่ 4 การเซ็นประกาศผู้ชนะได้งานในโครงการ USO เฟส 3 งบรวมทั้ง 5 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 5,600 ล้านบาท เพราะ e-Bidding ที่มีมูลค่าเกินกว่า 200 ล้านบาท สำนักงานต้องได้รับความเห็นชอบจากประธานก่อน จึงจะดำเนินการประกาศผู้ชนะจัดซื้อจัดจ้างได้ ดังนั้น นพ.สรณ ต้องให้ความเห็นชอบจึงจะประกาศผู้ชนะได้

“ถ้าใครยังไม่ทราบว่าเงิน 5,000 ล้านที่ นพ.สรณ จะอนุมัติมาจากไหน อธิบายสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายๆ คือมาจากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากรายได้ของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม หรือบรรดาบริษัทค่ายมือถือและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตต่างๆ โดยคลื่นความถี่เป็นทรัพยากรของประเทศชาติและเป็นสมบัติร่วมกันของประชาชนทุกคน” ภคมนย้ำ

ประเด็นที่ 5 เหตุผลที่ นพ.สรณ ต้องกอดเก้าอี้ประธานไว้ เพราะหากลาออก ประธานคนใหม่จะเข้าไปเห็นทันทีว่าการเบิกจ่ายงบที่ผ่านมาของ นพ.สรณ เป็นอย่างไร เพราะปัจจุบันบอร์ด กสทช. คนอื่นๆ ไม่สามารถตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณที่อยู่ในอำนาจประธาน กสทช. ได้เลย