
“พล.ท.อดุลย์” หารือ รมว.กลาโหมอินโดฯกระชับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ เดินหน้ากลไกหารือเชิงนโยบาย ฝึกร่วม-พัฒนาอุตสาหกรรมทหาร ย้ำปัญหาชายแดนใต้เป็นเรื่องภายในของไทย ยันใช้สันติวิธีแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาผ่านกลไกทวิภาคี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าเยี่ยมคำนับและหารือกับ พล.อ.ซาฟรี ซัมซุดดิน (Sjafrie Sjamsoeddin) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย ระหว่างร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3–4 สิงหาคม 2569 เพื่อกระชับความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศระหว่างสองประเทศ
พล.ท.อดุลย์กล่าวขอบคุณสำหรับการต้อนรับ พร้อมย้ำว่าไทยและอินโดนีเซียมีความร่วมมือด้านความมั่นคงที่แน่นแฟ้น ภายใต้บันทึกความเข้าใจด้านการป้องกันประเทศที่ลงนามร่วมกันตั้งแต่ปี 2558 และเห็นพ้องผลักดันการจัดตั้งกลไกหารือเชิงนโยบายด้านกลาโหม (Defence Policy Dialogue) เพื่อยกระดับความร่วมมือในระดับนโยบาย

ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการศึกษาทางทหาร การฝึกร่วม และการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญระหว่างเหล่าทัพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของกำลังพล สร้างความไว้วางใจ และรองรับความร่วมมือด้านปฏิบัติการพิเศษในอนาคต
ในระดับภูมิภาค ไทยยืนยันการสนับสนุนความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียน โดยเฉพาะการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (ADMM) และ ADMM-Plus รวมถึงการฝึก “Trident Resolve” ที่ครอบคลุมการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ความมั่นคงไซเบอร์ และการแพทย์ทหาร ตลอดจนแสดงความพร้อมเข้าร่วมการลาดตระเวนร่วมทางทะเลและทางอากาศในช่องแคบมะละกา เพื่อเสริมความมั่นคงของเส้นทางเดินเรือสำคัญของภูมิภาค

ด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ไทยเสนอแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาอุตสาหกรรมทางทหาร พร้อมเชิญอินโดนีเซียเข้าร่วมนิทรรศการ Defense & Security 2570 และเสนอผลิตภัณฑ์ยานเกราะล้อยางสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ของไทย สำหรับโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ของนาวิกโยธินอินโดนีเซีย
สำหรับสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.ท.อดุลย์ย้ำว่าเป็นปัญหาภายในของไทยที่มีความซับซ้อน ไม่ใช่ความขัดแย้งทางศาสนา โดยรัฐบาลเดินหน้ากระบวนการสันติสุขควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย การพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมขอรับการสนับสนุนจากอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรอบอาเซียนและองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) รวมถึงการดูแลนักศึกษามุสลิมไทยและความร่วมมือด้านเศรษฐกิจฮาลาล

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยไทยขอบคุณอินโดนีเซียที่วางตัวเป็นกลาง พร้อมยืนยันยึดมั่นแนวทางสันติวิธี แก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคีและกฎหมายระหว่างประเทศ ย้ำว่าการใช้กำลังของไทยเป็นไปเพื่อป้องกันตนเองและคุ้มครองประชาชนตามหลักความจำเป็นและได้สัดส่วน พร้อมเรียกร้องทุกฝ่ายรักษาการหยุดยิง หลีกเลี่ยงการยั่วยุ การเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน และเร่งเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยั่งยืน




