
ผลสะเทือนจากมหากาพย์ ทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น เริ่มลามลงไปถึงหน่วยงานท้องถิ่นแล้ว ล่าสุดพบกรณี องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ซึ่งเคยเรียกบรรจุผู้สอบได้จากบัญชีส่วนกลางจำนวน 5 ราย แต่หลังมีการตรวจสอบและจัดทำบัญชีใหม่ ปรากฏว่า 4 ใน 5 รายไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีใหม่ เหลือเพียง 1 รายที่ยังมีชื่อและอันดับขยับดีขึ้น
นายทวีศักดิ์ เล็กสุด รองปลัด อบจ.สตูล รักษาราชการแทนปลัด อบจ.สตูล เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ อบจ.สตูลขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้จากส่วนกลางประมาณ 8 ตำแหน่ง โดยเฉพาะสายงานช่างและพัสดุซึ่งเป็นตำแหน่งที่ขาดแคลน
ต่อมาได้รับการจัดสรรและเรียกบรรจุแล้ว 5 ราย แบ่งเป็น 2 ลอต ลอตแรกบรรจุเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 จำนวน 3 ราย ในตำแหน่งวิศวกรและนายช่างโยธา ส่วนลอตที่สองบรรจุเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 จำนวน 2 ราย ในตำแหน่งนายช่างไฟฟ้าและนักวิชาการพัสดุ
แต่หลังมีการตรวจสอบการทุจริตสอบท้องถิ่น และ กสถ.ประกาศบัญชีผู้สอบผ่านฉบับใหม่ กลับพบว่า ข้าราชการที่ อบจ.สตูลเรียกบรรจุไปแล้ว 4 ใน 5 ราย ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีใหม่
มีเพียง 1 รายเท่านั้นที่ยังมีชื่อ และอันดับสอบกลับขยับดีขึ้น
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการตรวจสอบครั้งใหญ่ของส่วนกลาง โดยรัฐบาลเปิดเผยว่า พบผู้มีคะแนนสอบผิดปกติ 5,814 คน และในจำนวนนี้มีกลุ่มที่พบพยานหลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด 3,621 คน ซึ่งจะต้องเข้าสู่กระบวนการดำเนินการเกี่ยวกับการบรรจุแต่งตั้งตามขั้นตอน
ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศชัดว่า จะไม่ปล่อยให้ผู้ที่ทุจริตเข้าสู่ระบบราชการ และหากพบผู้เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีการละเว้น
ส่วนชะตากรรมของข้าราชการ 4 รายของ อบจ.สตูล ที่ชื่อหายไปจากบัญชีใหม่ นายทวีศักดิ์ระบุว่า ขณะนี้ในทางกฎหมายยังถือว่ามีสถานะเป็นข้าราชการอยู่ จนกว่าจะมีหนังสือสั่งการและแนวทางปฏิบัติจากส่วนกลาง ก่อนเข้าสู่กระบวนการเพิกถอนตามขั้นตอน
อย่างไรก็ตาม มีประเด็นสำคัญที่ต้องแยกออกจากกัน คือ การไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีใหม่ ยังไม่ได้หมายความว่าทั้ง 4 รายมีเจตนาร่วมทุจริต
หากจะดำเนินคดีอาญา ต้องพิสูจน์เป็นรายบุคคลว่า เจ้าตัวมีส่วนรู้เห็นกับการจ่ายเงิน การแก้ไขคะแนน หรือกระบวนการทุจริตหรือไม่
นายทวีศักดิ์ให้มุมมองด้วยว่า บางกรณีอาจเกิดขึ้นจากพ่อแม่หรือบุคคลอื่นเป็นผู้ดำเนินการ โดยผู้เข้าสอบเองอาจไม่ทราบ หากไม่มีหลักฐานว่าผู้เข้าสอบมีส่วนร่วม การพิจารณาความรับผิดทางอาญาก็ต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน แต่ผลทางสถานะราชการเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะหากไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้สอบผ่าน ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายและคำสั่งของส่วนกลาง
ส่วน เงินเดือนที่ได้รับไปแล้วจะต้องเรียกคืนหรือไม่ ยังต้องรอข้อยุติและแนวทางจากส่วนกลาง เนื่องจากบุคคลเหล่านี้ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่และทำงานให้ราชการจริงในช่วงที่ผ่านมา
อีกประเด็นที่ถูกจับตามองคือ นายก อบจ.สตูลมีชื่อเป็นหนึ่งในกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ.
นายทวีศักดิ์ระบุว่า ส่วนตัวเชื่อว่านายก อบจ.สตูลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต โดยอธิบายว่าเพิ่งเข้าไปเป็นตัวแทนนายก อบจ.ทั่วประเทศในบอร์ดกลางประมาณ 1 ปี และบทบาทของกรรมการ กสถ.เป็นการกำกับดูแลในภาพรวม ขณะที่กระบวนการจัดสอบ การจัดทำรายชื่อ และรายละเอียดในการดำเนินการเป็นอีกส่วนหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังต้องยึด ผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการของหน่วยงานที่รับผิดชอบ เป็นข้อยุติ
กรณีของ อบจ.สตูลจึงสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ได้หยุดอยู่เพียงการแก้คะแนนหรือบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่าน แต่ผลกระทบกำลังลามไปถึง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เรียกผู้สอบได้ไปบรรจุและทำงานจริงแล้ว
จากข้าราชการ 5 รายที่ อบจ.สตูลเรียกบรรจุ วันนี้ 4 รายไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีใหม่ เหลือเพียง 1 รายที่ยังมีชื่อและอันดับกลับขยับดีขึ้น
จากนี้ต้องจับตาคำสั่งจากส่วนกลางว่าจะจัดการสถานะของผู้ที่ถูกบรรจุไปแล้วอย่างไร รวมถึงต้องแยกให้ชัดว่า ใครมีส่วนร่วมทุจริต ใครได้รับประโยชน์โดยรู้เห็น และใครอาจได้รับผลกระทบโดยไม่รู้ว่าคะแนนหรืออันดับของตัวเองมีปัญหา
เพราะการจัดการมหากาพย์โกงสอบครั้งนี้ นอกจากต้องนำผู้กระทำผิดออกจากระบบแล้ว ผู้ที่ไม่มีส่วนร่วมกับการทุจริตก็ต้องได้รับความเป็นธรรมเช่นเดียวกัน
#NEWS1 รายงาน




