
**ศิริโรจน์ ธนิกกุล สส.สมุทรสาคร เขต 3** โพสต์คลิปสะท้อนเสียงจากคนทำงานแพลตฟอร์ม หลังได้พูดคุยกับไดรฟ์เวอร์รับส่งสินค้าของแอปพลิเคชันรายหนึ่ง ซึ่งออกมาระบายถึงการปรับลดค่ารอบในช่วงที่ผ่านมา จนรายได้ที่ได้รับแทบไม่สอดคล้องกับต้นทุนการทำงานในปัจจุบัน
ไดรฟ์เวอร์รายดังกล่าวเล่าว่า ก่อนหน้านี้ค่ารอบเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ **กิโลเมตรละ 9-10 บาท** หากวิ่งงานระยะทาง 50 กิโลเมตร จะได้ค่ารอบประมาณ 500 บาท และหลังถูกหักประมาณ 17% ยังเหลือรายได้กว่า 400 บาท หรือเฉลี่ยประมาณ 8-9 บาทต่อกิโลเมตร ซึ่งเจ้าตัวมองว่าเป็นระดับที่ยังพอประกอบอาชีพได้
แต่หลังมีการปรับค่ารอบใหม่ ซึ่งเจ้าตัวระบุว่าเกิดขึ้นประมาณ **3 สัปดาห์ที่ผ่านมา** รายได้กลับลดลงอย่างมาก โดยยกตัวอย่างงานระยะทางประมาณ **50 กิโลเมตร ปัจจุบันได้เพียงประมาณ 220 บาท** และเมื่อคำนวณหลังการหักต่าง ๆ แล้ว บางงานเหลือค่าตอบแทนเฉลี่ยเพียงประมาณ **3-5 บาทต่อกิโลเมตร**
ไดรฟ์เวอร์ตั้งคำถามว่า การลดค่ารอบในลักษณะนี้หนักเกินไปหรือไม่ เพราะแม้รายได้จากการวิ่งงานจะลดลง แต่ **ค่าน้ำมัน ค่าโทรศัพท์ ค่าเสื่อมสภาพรถยนต์ รวมถึงเวลาและความเสี่ยงในการทำงานไม่ได้ลดลงตามไปด้วย** ทำให้รายได้ที่เหลือจริงหลังหักต้นทุนยิ่งน้อยลง
เจ้าตัวยังเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า ในอดีตวิ่งประมาณ **200 กิโลเมตร สามารถทำรายได้ราว 1,500-2,000 บาท** แต่ปัจจุบันบางครั้งต้องวิ่งถึง **400 กิโลเมตรจึงจะได้ประมาณ 2,000 บาท** เท่ากับต้องใช้ระยะทางและต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมากเพื่อให้ได้รายได้ใกล้เคียงเดิม
สิ่งที่ไดรฟ์เวอร์รู้สึกหนักใจอีกประการ คือ เมื่อเกิดปัญหาสินค้าเสียหายหรืออุบัติเหตุ ภาระหลายอย่างก็ยังกลับมาตกอยู่กับคนขับ จึงมองว่าในสถานการณ์ที่ค่ารอบถูกปรับลดลง คนทำงานแพลตฟอร์มกำลังเป็นฝ่ายแบกรับทั้งต้นทุนและความเสี่ยงมากขึ้น
ด้าน ศิริโรจน์ เปิดพื้นที่ให้ **ไรเดอร์ ไดรฟ์เวอร์ และแรงงานแพลตฟอร์ม** เข้ามาแบ่งปันปัญหาที่กำลังเผชิญ พร้อมระบุว่าเสียงจากผู้ประกอบอาชีพจริงมีความสำคัญ เนื่องจากในอนาคตจะมีการผลักดันกฎหมายเพื่อคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มและแรงงานอิสระประเภทต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขค่ารอบ **9-10 บาท ลดเหลือ 3-5 บาทต่อกิโลเมตร รวมถึงอัตราหัก 17%** เป็นข้อมูลจากคำบอกเล่าของไดรฟ์เวอร์ในคลิป ขณะที่โพสต์ไม่ได้เปิดเผยชื่อแพลตฟอร์ม และยังไม่มีคำชี้แจงจากบริษัทที่ถูกกล่าวถึงในข้อมูลชุดนี้
**ที่มา : เพจ ศิริโรจน์ ธนิกกุล - Sirirot Thanikkun**
#NEWS1 รายงาน




