
มนตรี อุดมพงษ์ โพสต์ตั้งคำถามถึงความคืบหน้าคดีลักลอบขนกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี หลังเมื่อคืนวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสกัดจับรถพ่วงต้องสงสัยได้ในพื้นที่บ้านโคกไม้แดง ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี
มนตรีระบุว่า แม้ในช่วงแรกจะมีกระแสข่าวว่ามีการจับรถบรรทุกได้ถึง 6 คัน แต่จากหลักฐานบันทึกประจำวันของ สภ.วังตะเคียน เมื่อเวลา 00.20 น. ของวันที่ 11 กรกฎาคม พบว่ามีการบันทึกการจับกุมรถบรรทุกไว้เพียง 3 คัน พร้อมคนขับ 3 คน โดยระบุของกลางว่าเป็น "รถขนเศษขยะ"
ต่อมา ผลการตรวจวิเคราะห์จาก ศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออก ซึ่งอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีส่งตัวอย่างไปตรวจ ยืนยันว่า วัสดุที่ขนมานั้นเข้าข่ายเป็น วัตถุอันตรายตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ทำให้ผู้ที่ขนย้าย ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างขน รวมถึงผู้ยินยอมให้ทิ้งโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมาย
เจ้าของโพสต์จึงตั้งคำถามว่า หลังผลตรวจถูกส่งให้พนักงานสอบสวนแล้ว ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับคนขับรถทั้ง 3 รายหรือไม่ มีการขยายผลไปถึงเจ้าของรถ ผู้ว่าจ้าง โรงงานต้นทาง หรือเจ้าของพื้นที่ที่รับทิ้งกากอุตสาหกรรมแล้วหรือยัง รวมถึงมีการตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
นอกจากนี้ ยังเสนอให้พนักงานสอบสวนเร่งใช้อำนาจตามกฎหมาย ขอข้อมูล GPS ของรถบรรทุก เพื่อตรวจสอบเส้นทางการขนส่งย้อนหลัง ซึ่งอาจนำไปสู่การขยายผลหาแหล่งกำเนิดกากอุตสาหกรรม จุดทิ้ง และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ก่อนที่ข้อมูลจะสูญหายตามระยะเวลาการจัดเก็บของระบบ
ทั้งนี้ เนื้อหาดังกล่าวเป็น ข้อสังเกตและข้อเรียกร้องของนายมนตรี อุดมพงษ์ ที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเปิดเผยความคืบหน้าของคดีและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำผิด
#NEWS1 รายงาน




