ดังถึงอินโดฯ! สกัดเรือออกจากไทย พบยา K มหึมา 1.3 ตัน

กลายเป็นคดียาเสพติดข้ามชาติครั้งใหญ่ที่มี “ประเทศไทย” ปรากฏอยู่ในเส้นทาง เมื่อทางการอินโดนีเซียสกัดเรือต่างชาติ **MV King Sun** ก่อนตรวจพบคีตามีน หรือ “ยา K” น้ำหนักมหาศาลเกือบ **1.3 ตัน** ซุกซ่อนอยู่ภายในเรือ หลังหน่วยข่าวกรองติดตามความเคลื่อนไหวมานานหลายเดือน

พล.ต.อ.ซูยูดี อาริโอ เซโต หัวหน้าสำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติอินโดนีเซีย หรือ BNN เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลข่าวกรองมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ว่า **MV King Sun กำลังแล่นออกจากประเทศไทย มุ่งหน้าไปทางตะวันออกสู่อินโดนีเซีย พร้อม “สินค้าต้องสงสัย”** ทำให้เจ้าหน้าที่เริ่มเฝ้าติดตามเรือลำดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งวันที่ **6 สิงหาคม 2569** เรือรบ **KRI Kerambit-627** ของกองทัพเรืออินโดนีเซียเข้าสกัด MV King Sun บริเวณทางเหนือของ Tanjung Berakit จังหวัดหมู่เกาะเรียว หลังเรือเข้าสู่น่านน้ำที่อินโดนีเซียสามารถบังคับใช้กฎหมายได้

จากนั้นวันที่ 7 สิงหาคม ชุดปฏิบัติการร่วมเข้าตรวจค้นอย่างละเอียด ก่อนพบ **กระเป๋าหรือเป้จำนวน 65 ใบ** ซุกซ่อนอยู่ภายในเรือ เมื่อตรวจสอบสารที่บรรจุอยู่ภายใน พบว่าเป็นคีตามีน น้ำหนักรวมประมาณ **1.3 ตัน**

เรือลำดังกล่าวชัก **ธงแทนซาเนีย** แต่ลูกเรือที่ถูกควบคุมตัวทั้งหมด 8 คน ไม่มีชาวแทนซาเนีย โดยเป็น **ชาวเมียนมา 7 คน และชาวไต้หวัน 1 คน** ซึ่งขณะนี้ถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวนขยายผลถึงเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง

ของกลางครั้งนี้มีมูลค่ามหาศาล โดยหัวหน้า BNN ประเมินไว้ประมาณ **2.07 ล้านล้านรูเปียห์ หรือราว 116.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ** ขณะที่กองทัพเรืออินโดนีเซียใช้วิธีประเมินจากราคาขายปลีกและให้ตัวเลขสูงถึงประมาณ **4.55 ล้านล้านรูเปียห์ หรือ 254.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ** จึงถือเป็นหนึ่งในการตรวจยึดยาเสพติดครั้งใหญ่ของอินโดนีเซีย

ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น กองทัพเรืออินโดนีเซียเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตรวจพบความผิดปกติในการเดินเรือของ MV King Sun ผ่านระบบเรดาร์และระบบติดตามเรือ โดยอินโดนีเซียกำลังเพิ่มมาตรการตรวจจับเรือประเภท “Dark Ship” ซึ่งอาจปิดระบบติดตามหรือดัดแปลงข้อมูลประจำเรือเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า MV King Sun มีการใช้เอกสารเท็จ หรือเปลี่ยนแปลงชื่อเรือเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการรักษาความปลอดภัยทางทะเลหรือไม่

อย่างไรก็ตาม แม้ทางการอินโดนีเซียจะยืนยันว่าได้รับข่าวกรองว่า **เรือลำนี้แล่นออกจากประเทศไทย** พร้อมสินค้าต้องสงสัย แต่จนถึงขณะนี้ **ยังไม่มีข้อสรุปว่าคีตามีน 1.3 ตันถูกผลิตในประเทศไทย หรือถูกนำขึ้นเรือจากประเทศไทย**

หัวหน้า BNN ระบุชัดว่า เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างสอบสวนหา **ต้นทางของยา ท่าเรือปลายทาง ผู้ส่ง และผู้รับ** ดังนั้นสิ่งที่ยืนยันได้ในขณะนี้คือประเทศไทยปรากฏอยู่ใน “เส้นทางของเรือ” ก่อนถูกสกัดเท่านั้น

คดีนี้จึงต้องจับตาว่าการขยายผลของอินโดนีเซียจะสาวไปถึงเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติกลุ่มใด และที่สำคัญที่สุดคือ **ยา K ล็อตมหึมา 1.3 ตันถูกนำขึ้นเรือที่ไหน ใครเป็นผู้ส่ง และเหตุใดเรือที่ถูกหน่วยข่าวกรองอินโดนีเซียติดตามมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ จึงมีประเทศไทยปรากฏอยู่ในเส้นทางก่อนการจับกุม**

คำตอบจากการสอบสวนของอินโดนีเซียหลังจากนี้ จะเป็นตัวชี้ว่าไทยเป็นเพียงจุดหนึ่งในเส้นทางเดินเรือ หรือคดีนี้ยังมีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องซ่อนอยู่อีกหรือไม่

#NEWS1 รายงาน