**ชวน หลีกภัย** อดีตนายกรัฐมนตรี ออกโรงวิพากษ์ปัญหาการเมืองและการซื้อเสียงอย่างดุเดือด พร้อมพุ่งเป้าไปยังการทำหน้าที่ของ **คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)** ในคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. โดยเรียกร้องให้ กกต.กล้าตัดสินตามข้อเท็จจริง ยึดหลัก **“อะไรจริงเป็นจริง อะไรถูกเป็นถูก อะไรผิดเป็นผิด”** และอย่าปล่อยให้เรื่องบุญคุณส่วนตัวเข้ามามีอิทธิพลเหนือความถูกต้อง

ชวนกล่าวถึงปัญหาการซื้อเสียงว่า หากคนหนึ่งต้องใช้เงินซื้อเสียงถึง **5-7 แสนบาท** เพื่อเข้าไปมีรายได้เพียงหลักหมื่น หรือในระดับนักการเมืองที่ลงทุนเลือกตั้งกัน **80-100 ล้านบาท** แต่เข้าไปได้รับเงินเดือนเพียงหลักแสน ย่อมเกิดคำถามว่าเหตุใดจึงยอมลงทุนมหาศาลทั้งที่รายได้จากตำแหน่งไม่มีทางคืนทุนได้

อดีตนายกรัฐมนตรีมองว่า คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่การมอง **“การเมืองเป็นธุรกิจ”** เมื่อมีการลงทุนก็ต้องการผลตอบแทนและกำไร และเมื่อระบบการเมืองเริ่มต้นจากการซื้อเสียง ปัญหาการทุจริตก็สามารถลุกลามจากนักการเมืองไปถึงกลไกและองค์กรต่างๆ ของประเทศได้

จากนั้น ชวนโยงมายังปัญหาการเลือก สว. ซึ่งขณะนี้มีคดีและข้อกล่าวหาเรื่อง **“ฮั้ว สว.”** อยู่ระหว่างการตรวจสอบ พร้อมตั้งคำถามถึง กกต.โดยตรงว่า จะกล้าตัดสินเรื่องดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ ท่ามกลางข้อครหาและแรงกดดันทางการเมืองที่เกิดขึ้น

ชวนระบุว่า แม้จะมีข้อกังวล แต่ตนยังเชื่อว่าสังคมมีคนดีอยู่และคงไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด จึงได้ทำหนังสือถึง **ประธาน กกต.** เพื่อให้กำลังใจในการทำหน้าที่ พร้อมขอให้ยึดหลักความถูกต้องเป็นสำคัญ โดยย้ำว่า **“อะไรจริงเป็นจริง อะไรถูกเป็นถูก อะไรผิดเป็นผิด”**

แต่ประโยคที่กลายเป็นหมัดเด็ดของการพูดครั้งนี้ คือการกล่าวถึงกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งอาจรู้สึกว่า **เป็นหนี้บุญคุณใครบางคนที่เคยช่วยให้ได้มาซึ่งตำแหน่ง**

ชวนระบุว่า เรื่องนี้ไม่ได้เขียนลงไปในหนังสือถึงประธาน กกต. แต่กล่าวไว้ตรงๆ ว่า หากรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณและต้องการตอบแทน ก็สามารถ **รอให้บุคคลนั้นเสียชีวิตแล้วค่อยไปร่วมงานศพ เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณตามธรรมเนียมประเพณี** ดีกว่านำบุญคุณดังกล่าวมาเป็นเหตุผลในการบิดเบือนความถูกผิด

พร้อมเหน็บแรงว่า ไม่ควรตอบแทนบุญคุณด้วยวิธี **“ทำผิดให้ถูก”** เพียงเพื่อช่วยให้บุคคลที่ชวนเรียกว่า **“โจรการเมือง”** สามารถอยู่ในอำนาจต่อไป เพราะองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบจำเป็นต้องรักษาความเป็นอิสระและความเชื่อมั่นของประชาชน

สารสำคัญที่ชวนส่งถึง กกต.จึงอยู่ที่การตัดสินคดีฮั้ว สว.ตามพยานหลักฐานโดยไม่เกรงใจหรือเห็นแก่บุญคุณของใคร หากพบว่าผิดก็ต้องกล้าชี้ว่าผิด หากถูกก็ต้องยืนยันว่าถูก เพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์ส่วนบุคคลหรืออำนาจทางการเมืองอยู่เหนือกระบวนการตรวจสอบ

ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ **การฮั้วเลือก สว. การซื้อเสียง และคำว่า “โจรการเมือง”** เป็นถ้อยคำและข้อวิจารณ์ของชวน หลีกภัยตามเนื้อหาที่นำมาเผยแพร่ ส่วนบุคคลใดจะมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ ต้องเป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบและคำวินิจฉัยของหน่วยงานที่มีอำนาจ

#NEWS1 รายงาน